<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 55 ปี  &#039;ยาย&#039; ค้ามนุษย์-จัดหลานสาวให้อดีตนายก อบต. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - นายชูวิทย์ &amp;nbsp;จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว &amp;nbsp;กล่าวถึง ความคืบหน้าล่าสุด กรณีคลิปฉาว นายก อบต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ก่อเหตุกระทำทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 14 ปี ด้วยการกอดหอมลูบคลำภายในรถยนต์ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2562 ศาลจังหวัดพังงาได้ออกหมายจับ นายศุภศักดิ์ อดีตนายก อบต. ฐานความผิดพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล รวมทั้งคดีกระทำการอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และกระทำการอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อมานายศุภศักดิ์ ได้เข้ามอบตัวและประกันตัวออกไป &amp;nbsp;ซึ่งเหตุการณ์นี้มีนางสากล &amp;nbsp;โพธิ์ดี ซึ่งเป็นยายของเด็กหญิงมีความผิด เป็นธุระจัดหาและค้ามนุษย์ เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งเด็กหญิงอายุเกิน15 ปี แต่ไม่เกิน18 ปี โดยขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย ค้ามนุษย์ และกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมต่อจิตใจเด็ก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ล่าสุดศาลจังหวัดพังงา ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 น. โดยศาลพิเคราะห์แล้วว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ เป็นความผิดต่อกฎหมายและบทมาตราดังนี้ พ.ร.บ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ม.6,52แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ฉบับที่3) พ.ศ.2560 มาตรา4,6 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 พ.ศ.2562 มาตรา4 พ.ร.บ คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546มาตรา 26(1),78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91,283 ลงโทษจำคุก นางสากล &amp;nbsp;โพธิ์ดีจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา283 ฐานความผิด เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป &amp;nbsp;หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นซึ่งเป็นความผิดฐานหนักที่สุด กระทงละ10 ปี รวม11 กระทง รวมจำคุกจำเลย110ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา78 คงจำคุก 55 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา91(3) ส่วนคดีของศุภศักดิ์ อดีตนายก อบต.ทุ่งมะพร้าวคาดว่า เดือนหน้าคงมีการนัดสืบพยานโจทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คดีนี้ทางมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว &amp;nbsp;ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ต้น โดยการทำงานร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา &amp;nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม และได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายโจทย์ร่วมกับอัยการจังหวัดพังงา &amp;nbsp;ประกอบกับการทำงานฟื้นฟู เสริมพลังให้กับเด็กและครอบครัวควบคู่กัน&amp;rdquo; นายชูวิทย์ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, ชูวิทย์  จันทรส, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f40c752dfbe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอเชียร์นโยบายจับร้านเหล้าขายให้เด็ก-คนเมา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ธันวาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์&amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า อุบัติเหตุจราจรทางถนน ปัจจัยหลักคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจาก ความเร็ว ง่วง ปัญหาวิศวกรรมจราจร ฯลฯ คำถามคือทำไมฆาตกรร่วมรายนี้จึงยังลอยนวล คำตอบจึงมาจบที่สองเรื่อง คือ1.การลงโทษในกรณีเมาแล้วขับที่ยังเป็นมุมมองแค่ประมาท มิใช่เจตนาเล็งเห็นผล (ไม่ว่าจะมีคนเจ็บหรือตาย) ซึ่งสองมุมนี้มีบทลงโทษต่างกัน&amp;nbsp;ปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมยังมองเรื่องนี้เป็นแค่ประมาท &amp;nbsp;แทบไม่ได้เห็นยาแรงหรือการตัดสินคนเมาแล้วขับถูกจำคุก&amp;nbsp;ผลที่ตามมาคือประชาชนขาดความยำเกรงไม่กลัวกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นความพยายามในการปลุกจิตสำนึกของประชาชนไม่เป็นผล2.&amp;nbsp;ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่พุ่งเป้าไปยังผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้มีความรับผิดชอบโดยเฉพาะในกรณีขายให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี รวมไปถึงขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ ตามาตรา29&amp;nbsp;แห่งพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.&amp;nbsp;2551

&amp;ldquo;การดำเนินคดีภายหลังจากเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุ ทั้งกรณีผู้ก่อเหตุเป็นเด็ก และคนเมาขาดสติ แทบไม่เคยเห็นการสาวไปถึงตัวผู้ประกอบการที่ขายเหล้าเบียร์ให้ทั้งเด็กและคนเมา ผลที่ตามมาคือความไม่รับผิดชอบของผู้ขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความพยายามเรียกร้องให้ผู้ขายเกิดจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบต่อสังคม จึงเป็นเรื่องเพ้อฝันและเป็นไปได้ยาก เรามัวหลงอยู่กับวาทกรรมที่พุ่งเป้าไปที่คนดื่มซึ่งก็ไม่ผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ในบริบทนี้ควรมีผู้ขายเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วย เรื่องนี้ในระดับสากล กฎหมายบ้านเขาเอาผิดไปถึงผู้ขายด้วยชัดเจน&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว

&amp;nbsp;นายคำรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ปีใหม่นี้ สถิติคนเจ็บตายจากอุบัติเหตุจราจรทางถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ท่ามกลางความพยายามของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มได้เห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นจาก กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีนโยบายกรณีเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุ ให้เอาผิดไปถึงผู้ประกอบการร้านเหล้าผับบาร์ด้วย เมื่อพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเด็กอายุต่ำกว่า20ปี และมีการซื้อเหล้าเบียร์มาดื่มในขณะที่ครองสติไม่ได้ จนเกิดเหตุ แม้จะมีความยุ่งยากในทางปฏิบัติอยู่บ้าง แต่ก็มิใช่จะทำไม่ได้ สองสามวันที่ผ่านมาเราเริ่มเห็น ข่าวการดำเนินคดีไปถึงร้านเหล้ากันบ้างแล้ว เช่นกรณี สภ.เมืองน่าน จังหวัดน่าน สภ.เขลางค์นคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภ.ลำปาง จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภ.ทองแสนขันท์ จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งพบเด็กก่อเหตุเมาแล้วขับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตำรวจสาวไปถึงตัวผู้ประกอบการที่ขายเหล้าเบียร์ให้เด็กจนถูกนำมาดำเนินคดีได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;ldquo;จุดนี้ชี้ให้เห็นชัดว่าหากนโยบายชัดเจน การปฏิบัติเป็นจริง ความหวังลดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;สร้างความรับผิดชอบร่วมของผู้ขายเหล้าเบียร์ จะเป็นจริงได้ และที่สำคัญประชาชนต้องลุกขึ้นมาเป็นหูเป็นตาช่วยกันเฝ้าระวัง แจ้งเหตุหากพบการขายให้เด็กและคนเมาขาดสติ แจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ทุกแห่ง และยังขอรับเงินสินบนนำจับในอัตรา30% จากอัตราเปรียบเทียบปรับได้ด้วย หวังว่าปีใหม่ปีนี้ กระบวนการยุติธรรมจะปรับมุมมองเรื่องเมาแล้วขับ ที่มิใช่แค่เรื่องประมาท ให้เป็นเจตนาเล็งเห็นผล&amp;nbsp;เพื่อให้จำคุกกันอย่างจริงจังเสียที ทั้งสองเรื่องถ้าเกิดขึ้นได้จริงเป็นการเกาให้ถูกที่คัน เราจะได้เห็นอุบัติเหตุลงลงแน่ สุดท้ายนี้อยากฝากชื่นชมไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เข้มงวด ห้ามนำเหล้าเบียร์เข้าไปในพื้นที่อุทยาน วนอุทยานเพื่อลดปัญหา&amp;nbsp;และจากการสอบถามประชาชนเราพบว่าจำนวนมากที่พอใจกับมาตรการนี้เพราะคนเมามักจะสร้างปัญหาและความเดือดร้อนรำคาญ และรู้สึกปลอดภัยขึ้น หลังปีใหม่เครือข่ายเตรียมเข้าพบ นายวราวุธ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอบคุณในเรื่องนี้ด้วย&amp;rdquo; นายคำรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53474</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์  จันทรส, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e0847b18a9f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายป้องกันภัยน้ำเมาอัดหอการค้าชงขยายเวลาปิดผับเลิกคุมเวลาขายเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ย. นายชูวิทย์ &amp;nbsp;จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า จากกรณีนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กำลังผลักดันนโยบายให้รัฐบาลยกเลิกการควบคุมเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขยายเวลาปิดผับ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนนั้น เครือข่ายฯมองว่าเป็นความพยายามของฝ่ายธุรกิจการท่องเที่ยว ที่เชื่อแบบนี้มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ขายไอเดียปิดผับตีสี่มาจนถูกวิจารณ์อย่างหนักมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้กลับมาอีกด้วยแนวคิดเดิมๆ เพียงแค่เปลี่ยนตัวละครใหม่ๆ ออกมาเล่นในนามสภาหอการค้า แต่เลยเถิดไปไกลถึงขั้นเสนอให้ยกเลิกการควบคุมเวลาขาย &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่ขาดความรอบคอบอย่างยิ่ง ไม่มีฐานข้อมูลทางวิชาการใดๆ มารองรับ &amp;nbsp;อ้างลอยๆ ว่ากระตุ้นการท่องเที่ยว โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่มากกว่า ควรเลิกคิดแล้วเอาเวลาไปกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยวิธอื่น เช่น การท่องเที่ยวเมืองรอง &amp;nbsp;การท่องเที่ยวชุมชน ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย &amp;nbsp; หรือทำอย่างไรให้การเติบโตของการท่องเที่ยวอยู่บนฐานความยั่งยืนมากกว่า การกอบโกย แต่ทำลายล้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเห็นแค่มิติเดียว มองข้ามผลกระทบความเสียหายที่จะเกิดขึ้นไปได้อย่างไร แค่ต้องการเอาใจนักท่องเที่ยวสายเมา ตกลงเราต้องการคุณภาพนักท่องเที่ยวแบบนี้หรือ ส่วนตัวยังเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่บ้าจี้ตาม &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้แค่ทำงานแก้ไขปัญหาจากน้ำเมารายวันก็แทบแย่ คนไทยตายจากเมาแล้วขับติดอันดับต้นๆของโลกอยู่แล้ว ทุกหน่วยงานเขาร่วมมือกันทุ่มเทสรรพกำลังทุกรูปแบบยังเอาไม่อยู่ แล้วหอการค้ากล้าดีอย่างไรจึงเสนออะไรที่สวนทาง และซ้ำเติมปัญหาแบบนี้&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ &amp;nbsp;ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ข้อเสนอแบบนี้ถือว่าถอยหลังเข้าคลอง จากการสำรวจในหลายการศึกษา พบว่า นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย ไม่ได้มาเพื่อหวังเมา &amp;nbsp;แต่มาเพราะสนใจธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม &amp;nbsp;อีกทั้งเวลากลางวันเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวดื่มด่ำกับกิจกรรมกลางแจ้ง ดำน้ำ ลงทะเล เที่ยวภูเขา น้ำตก หรือวัดวาอาราม ดังนั้นมันเป็นวิธีการที่สิ้นคิดหากปลดล๊อคเวลาขายเหล้าเบียร์ ด้วยการมอมเมาคนไทยและนักท่องเที่ยวเพื่อเม็ดเงิน เพราะจะสร้างผลกระทบให้เมาหนักมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ทำให้มาตรการควบคุมการจำหน่ายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อ่อนแอลง &amp;nbsp;สร้างภาระให้กับสังคม มีเพียงธุรกิจสุรา สถานบริการร้านเหล้าผับบาร์เท่านั้น ที่ได้ประโยชน์ กลับกันถ้ามีข่าวคนเมาทำร้ายนักท่องเที่ยว จะทำลายการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอคัดค้านมาตรการที่หอการค้าฯเสนอต่อนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ทั้งการขอให้ปลดล๊อคเวลาห้ามจำหน่ายสุรา การขยายเวลาปิดผับบาร์ออกไป ซึ่งเร็วๆ นี้เครือข่ายฯจะขอเข้าพบนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูเรื่องนี้เพื่อเสนอข้อมูลผลกระทบที่รอบด้าน เพราะเวลาที่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน เหมาะสมต่อสถานการณ์สังคมไทยดีอยู่แล้ว ขอเวลากลางวันที่ปกติสงบสุขให้กับประชาชน เด็กและเยาวชนบ้าง ทำไมต้องยัดเยียดความเสี่ยงให้เพิ่มขึ้นในสังคม&amp;rdquo; นายคำรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50447</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชงขยายเวลาปิดผับ, ชูวิทย์  จันทรส, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd0d2efc4129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
